เนื้อหา
สอบเก็บคะแนนกลางภาคค่ะแล้วเรียนต่อเรื่อง
*การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย*
รูปแบบการจัดการศึกษา
การศึกษาปกติทั่วไป (Regular Education)
การศึกษาพิเศษ (Special Education)
การศึกษาแบบเรียนร่วม (Integrated Education หรือ Mainstreaming)
การศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education)
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
เด็กที่มีความต้องการพิเศษทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ถ้าได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับความต้องการพิเศษของเขา
1.การเรียนร่วมบางเวลา
การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติในบางเวลา
เด็กพิเศษได้มีโอกาสแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กปกติ
เป็นเด็กพิเศษที่มีความพิการระดับปานกลางถึงระดับมาก จึงไม่อาจเรียนร่วมเต็มเวลาได้
2.การเรียนร่วมเต็มเวลา
การจัดให้เด็กพิเศษเรียนในโรงเรียนปกติตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในโรงเรียน
เด็กพิเศษได้รับการจัดกระบวนการเรียนรู้และบริการนอกห้องเรียนเหมือนเด็กปกติ
ความหมายของการศึกษาแบบเรียนรวม
การศึกษาสำหรับทุกคน
รับเด็กเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา
จัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล
ความสำคัญของการศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
ปฐมวัยเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการเรียนรู้ “สอนได้”
เป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด
บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม
ครูไม่ควรวินิจฉัย
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ
สังเกตอย่างมีระบบ
การนับอย่างง่ายๆ
การบันทึกต่อเนื่อง
หลังจากนั้นอาจารย์ให้วาดรูปดอกบัวแล้วอาจารย์ก้เฉลยว่า การสังเกตพฤติกรรมนั้นต้องละเอียด เพื่อเป็นผลดีต่อตัวเด็ก
ประยุกต์
ใช้ในการสอนในอนาคต
ประเมินอาจารย์
อาจารย์มีความเป็นกันเองและยิ้มแย้มเสมอค่ะ
ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนและมีความสุขในขณะที่เรียนค่ะ
ประเมินเพื่อน
เพื่อนมีความตั้งใจเรียนดีค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ครั้งที่10 วันที่ศุกร์ที่10 มีนาคม พ.ศ.2560 เวลาเรียน 08:30-12:30 น.
เนื้อหา
8.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
-ความวิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
-ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีความเศร้าในระดับที่สูงเกินไป
-ปัญหาทางสุขภาพ และขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต
8.เด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
ลักษณะของเด็กบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
-ความวิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งทำให้เด็กมีนิสัยขี้กลัว
-ภาวะซึมเศร้า (Depression) มีความเศร้าในระดับที่สูงเกินไป
-ปัญหาทางสุขภาพ และขาดแรงกระตุ้นหรือความหวังในชีวิต
การจำแนกเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ ตามกลุ่มอาการ
ด้านความประพฤติ (Conduct Disorders)
-ทำร้ายผู้อื่น ทำลายสิ่งของ ลักทรัพย์
-ฉุนเฉียวง่าย หุนหันพลันแล่น และเกรี้ยวกราด
-กลับกลอก เชื่อถือไม่ได้ ชอบโกหก ชอบโทษผู้อื่น
-เอะอะและหยาบคาย
ด้านความตั้งใจและสมาธิ
-จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในระยะสั้น (Short attention span) อาจไม่เกิน 20 วินาที
-ถูกสิ่งต่างๆ รอบตัวดึงความสนใจได้ตลอดเวลา
สมาธิสั้น (Attention Deficit)
-มีลักษณะกระวนกระวาย ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้ หยุกหยิกไปมา
-พูดคุยตลอดเวลา มักรบกวนหรือเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น
การถอนตัวหรือล้มเลิก (Withdrawal)
-หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมักรู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น
-เฉื่อยชา และมีลักษณะคล้ายเหนื่อยตลอดเวลา
ความผิดปกติในการทำงานของร่างกาย(Function Disorder)
-ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน (Eating Disorder)
-การอาเจียนโดยสมัครใจ (Voluntary Regurgitation)
-การปฏิเสธที่จะรับประทาน
ภาวะความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์ระดับรุนแรง
-ขาดเหตุผลในการคิด
-อาการหลงผิด (Delusion)
-อาการประสาทหลอน (Hallucination)
-พฤติกรรมการทำร้ายตัวเอง
เด็กสมาธิสั้น
Inattentiveness (สมาธิสั้น)
Hyperactivity (ซนอยู่ไม่นิ่ง)
Impulsiveness (หุนหันพลันแล่น)
สาเหตุ
-ความผิดปกติของสารเคมีบางชนิดในสมอง
-เช่น โดปามีน (dopamine) นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine)
-ความผิดปกติในการทำงานของวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัว อยู่ที่สมองส่วนหน้า (frontal cortex)
-พันธุกรรม
-สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมและอารมณ์
-อุจจาระ ปัสสาวะรดเสื้อผ้า หรือที่นอน
-ยังติดขวดนม หรือตุ๊กตา และของใช้ในวัยทารก
-ดูดนิ้ว กัดเล็บ
-หงอยเหงาเศร้าซึม การหนีสังคม
9. เด็กพิการซ้อน
-เด็กที่มีความบกพร่องที่มากกว่าหนึ่งอย่าง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาขัดข้องในการเรียนรู้อย่างมาก
-เด็กปัญญาอ่อนที่สูญเสียการได้ยิน
-เด็กปัญญาอ่อนที่ตาบอด
-เด็กที่ทั้งหูหนวกและตาบอด
ประยุกต์
ใช้ในการควบคุมชั้นเรียน
ประเมินอาจารย์
อาจารย์คอยยกตัวอย่างจึงทำให้รู้และเข้าใจมาขึ้น
ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนดีค่ะ และตั้งใจดูเพื่อนที่เป้นตัวอย่างดีค่ะ
ประเมินเพื่อน
เพื่อนที่เป็นตัวอย่างตั้งใจดีค่ะทำให้บรรยากาศในห้องเป็นไปอย่างสนุกสนาน
ครั้งที่9 วันที่ศุกร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2560 เวลาเรียน 08:30-12:30 น.
เนื้อหา
6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability)
เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง
ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย
สาเหตุของ LD
6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
เรียกย่อ ๆ ว่า L.D. (Learning Disability)
เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้เฉพาะอย่าง
ไม่นับรวมเด็กที่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยทางการเรียน เด็กที่มีปัญหาเนื่องจากความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย
สาเหตุของ LD
-ความผิดปกติของการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้
-กรรมพันธุ์
1. ด้านการอ่าน
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการอ่าน
-อ่านช้า อ่านคำต่อคำ ต้องสะกดคำจึงจะอ่านได้
-อ่านออกเสียงไม่ชัดเจน
-เดาคำเวลาอ่าน
2. ด้านการเขียน
ลักษณะของเด็ก LD ด้านการเขียน
-ลากเส้นวนๆ ไม่รู้ว่าจะม้วนหัวเข้าในหรือออกนอก ขีดวนๆ ซ้ำๆ
-เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
-เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน เช่น ม-น, ภ-ถ, ด-ค, พ-ผ, b-d, p-q, 6-9
3. ด้านการคิดคำนวณ
-ลักษณะของเด็ก LD ด้านการคำนวณ
-ไม่เข้าใจค่าของตัวเลขเช่นหลักหน่วยสิบร้อยพันหมื่นเป็นเท่าใด
-นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้
-คำนวณบวกลบคูณหารโดยการนับนิ้ว
4. หลายๆ ด้านร่วมกัน
อาการที่มักเกิดร่วมกับ LD
-แยกแยะขนาดสีและรูปร่างไม่ออก
-มีปัญหาความเข้าใจเกี่ยวกับเวลา
-เขียน/อ่านตัวอักษรสลับซ้าย-ขวา
7. ออทิสติก (Autistic)
เด็กที่ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
ไม่สามารถเข้าใจคำพูด ความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น
ลักษณะของเด็กออทิสติก
-อยู่ในโลกของตนเอง
-ไม่เข้าไปหาใครเพื่อให้ปลอบใจ
-ไม่เข้าไปเล่นในกลุ่มเพื่อน
-ไม่ยอมพูด
-เคลื่อนไหวแบบซ้ำๆ
ออทิสติกเทียม
ปล่อยให้เป็นพี่เลี้ยงดูแลหรืออยู่กับผู้สูงอายุ
ปล่อยให้ลูกอยู่กับไอแพด
ดูการ์ตูนในทีวี
Autistic Savant
กลุ่มที่คิดด้วยภาพ (visual thinker)
จะใช้การการคิดแบบอุปนัย (bottom up thinking)
กลุ่มที่คิดโดยไม่ใช้ภาพ (music, math and memory thinker)
จะใช้การคิดแบบนิรนัย (top down thinkin)
ประยุกต์
ใช้ในการสังเกตเด้กที่เป้นออทิสติกเพื่อนใช้ปรับปรุงวิธีการสอนให้เหมาะสม
ประเมินอาจารย์
อาจารย์ยกตัวอย่างทำให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
ประเมินเพื่อน
ให้ความร่วมมือและมีสนุกสนานในการเรียนดีค่ะ
ประเมินตนเอง
ตั้งใจเรียนดี และให้ให้ความร่วมมือพอใช้ค่ะ
ครั้งที่7 วันที่ศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 เวลาเรียน 08:30-12:30 น.
ไปศึกษาดูงาน เรื่อการศึกษาแบบเรียนรวม ณ โรงเรียนเกษมพิทยา
ช่วงเช้าดูน้องๆทำกิจกรรมหน้าเสาธงและ มีตัวแทนเพื่อนๆออกไปนำเต้นค่ะ
แล้วหลังจากนั้นก็เข้าห้องประชุมเพื่อฟังประวัติและความเป็นมาของโรงเรียนค่ะ
หนูได้สังเกตน้องจากห้องครูต้อลค่ะ
น้องที่สังเกตมี2คน
คนแรกชื่อน้องภูริส
อาการเมื่อนั่งไปสักพักก้จะเอนลงไปนอนค่ะ คุณครูป้าหนู
บอกว่าน้องเป็นโรคขี้เกียจค่ะ(ครูป้าหนูได้บอกศัพท์เฉพาะมาให้แต่หนูจำไม่ได้ค่ะ)
คนที่เป็นเด็กที่มาทดลองเรียนค่ะชื่อว่าน้องเพรส
ตั้งใจฟังและตั้งใจสังเกตน้องค่ะ
ประเมินเพื่อน
เพื่อนทุกคนตั้งใจสังเกตน้องและตั้งใจฟังบรรยายกันทุกคนค่ะ
ช่วงเช้าดูน้องๆทำกิจกรรมหน้าเสาธงและ มีตัวแทนเพื่อนๆออกไปนำเต้นค่ะ
แล้วหลังจากนั้นก็เข้าห้องประชุมเพื่อฟังประวัติและความเป็นมาของโรงเรียนค่ะ

หนูได้สังเกตน้องจากห้องครูต้อลค่ะ
น้องที่สังเกตมี2คน
คนแรกชื่อน้องภูริส
อาการเมื่อนั่งไปสักพักก้จะเอนลงไปนอนค่ะ คุณครูป้าหนู
บอกว่าน้องเป็นโรคขี้เกียจค่ะ(ครูป้าหนูได้บอกศัพท์เฉพาะมาให้แต่หนูจำไม่ได้ค่ะ)
คนที่เป็นเด็กที่มาทดลองเรียนค่ะชื่อว่าน้องเพรส
ดูภายนอกแล้วเหมือนน้องจะเป็นออทิสติก แต่จากการสังเกตของหนูแล้ว น้องมีความตั้งใจในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ น้องน้องหน้าเวลาเราเรียกค่ะ จึงไม่ทราบแน่ชีดค่ะว่าน้องเป็นเด็กพิเศษด้านใด
หลังจากที่สังเกตน้องเสร็จเราก็เข้าห้องประชุมต่อเพื่อมาเล่าประสบการณืที่ตนได้รับ แล้วก้ถ่ายรูปร่วมกันค่ะ
สุดท้ายก็กลับบ้านค่ะ
เครดิตรูปภาพ อาจารย์เบียร์ค่ะ
ประยุกต์
ใช้ในการสอนในอนาคต
ประเมินตนเองตั้งใจฟังและตั้งใจสังเกตน้องค่ะ
ประเมินเพื่อน
เพื่อนทุกคนตั้งใจสังเกตน้องและตั้งใจฟังบรรยายกันทุกคนค่ะ
ครั้งที่5 วันที่ศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 เวลาเรียน 08:30-12:30 น.
ไม่มีการเรียนการสอนเนื่องจากอาจารย์ไปราชการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



